ที่มาของเมล็ดกาแฟ ก่อนมาอยู่ในแก้ว

          กาแฟ เครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ก่อนที่จะมาอยู่ในแก้วหรือถ้วยกาแฟในมือของเรา มีที่มาจากเมล็ดของต้นกาแฟ ซึ่งปัจจุบันนี้มีการปลูกกาแฟอย่างแพร่หลายในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย เมล็ดกาแฟเขียว คือเมล็ดกาแฟที่ยังไม่ผ่านการคั่ว ถือเป็นหนึ่งในสินค้าการเกษตรที่มีการซื้อขายมากที่สุดชนิดหนึ่ง ด้วยเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมในแบบฉบับของกาแฟ วันนี้ DETAiL COFFEE Café จะชวนทุกท่านไปทำความรู้จักต้นกาแฟให้มากขึ้นกันดีกว่า

ที่มาของเมล็ดกาแฟ

ต้นกาแฟเป็นพืชประเภทไม้พุ่มยืนต้น มีขนาดปานกลาง ความสูงประมาณ 3-4 เมตร เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ออกดอกบริเวณข้อกิ่ง ดอกสีขาว มีกลื่นหอม ซึ่งต้นกาแฟในประเทศไทยจะออกดอกช่วง เดือนตุลาคม – เดือนกุมภาพันธ์ ใช้ระยะเวลาตั้งแต่ออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 8 – 12 เดือน และกว่าจะเริ่มออกดอก ใช้เวลาตั้งแต่ปลูกถึง 2 – 3 ปี ผลของกาแฟมีชื่อเรียกว่า Coffee Cherry ผลค่อนข้างกลม ตอนผลอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ในแต่ละผลจะมีเมล็ดกาแฟ 2 เมล็ด ซึ่งส่วนแบนของเมล็ดจะประกบกัน เมื่อเก็บผลมาแล้ว ขั้นต่อไปคือการลอกเปลือกออก ซึ่งมีด้วยกัน 2 กรรมวิธี คือ

การตากแห้ง (Dry Method) ใช้วิธีนำผลกาแฟมาตากแห้ง เป็นเวลาประมาณ 15 วัน และหลังก็นั้นก็นำมากะเทาะเปลือก

การแช่น้ำ (Wet Method) ใช้วิธีนำผลกาแฟไปแช่ในน้ำ แล้วนำไปเข้าเครื่องกะเทาะเปลือก หลังจากนั้นถึงนำมาทำให้แห้งโดยการตากแห้ง หรือเข้าเครื่องอบ

สายพันธุ์กาแฟที่นิยมปลูกทั่วโลกมี 2 สายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่ กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า และ กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งกาแฟทั้งสองชนิดมีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันพอสมคาร กาแฟอาราบิก้าจะเป็นกาแฟที่มีคุณภาพสูงและมีกลิ่นหอมมากกว่า โดยที่มีปริมาณของคาเฟอีนต่ำกว่า จึงนิยมแปรรูปเป็นกาแฟคั่วบดสำหรับชงดื่ม และได้รับความนิยมมากกว่ากาแฟโรบัสต้า ซึ่งจะมีรสขมมากกว่า มีความเข้มข้นและปริมาณคาเฟอีนที่มากกว่า และสามารถเก็บกลิ่นเอาไว้ได้นานกว่า จึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป ดังนั้นกาแฟมากกว่า 3 ใน 4 ของโลกเป็นกาแฟอาราบิก้า และกาแฟโรบัสต้าจึงมีราคาที่ต่ำกว่า

ทวีปผู้ผลิตกาแฟหลักของโลก ได้แก่

 

  • ทวีปอเมริกาใต้

อันดับ 1 ในการผลิตกาแฟของโลกคือประเทศในแถบอเมริกาใต้ ซึ่งประเทศที่ผลิตได้มากที่สุดคือ บราซิล (อันดับ 1 ของโลก) และ โคลัมเบีย (อันดับ 2 ของโลก) และตามด้วยเปรู ซึ่งรวมทั้งทวีปสามารถผลิตกาแฟได้มากถึง 3.8 ล้านตันเลยทีเดียว ผลผลิตหลักของอเมริกาใต้เป็นกาแฟพันธุ์อาราบิก้า ส่วนพันธุ์ของกาแฟที่มีชื่อเสียงได้แก่ “บราซิลเลียน ซานโตส” (Brazillian Santos) จากประเทศบราซิล และ “ซูรีโม” (Suremo) จากภูเขาแอนดีสในประเทศโคลัมเบีย

  • กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศในทวีปแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้มากถึง 1.9 ล้านตัน คิดเป็น 23% ของผลผลิตกาแฟทั่วโลก ซึ่งประเทศในแถบนี้เป็นแหล่วผลิตหลักของกาแฟโรบัสต้า ซึ่งผลิตกาแฟโรบัสต้ามากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด ผู้ผลิตกาแฟหลักของแถบนี้คือ ประเทศเวียดนาม (อันดับ 2 ของโลก) รองลงมาเป็นประเทศอินโดนีเซีย และประเทศไทย ตามลำดับ

  • ทวีปแอฟริกา

ประเทศในทวีปแอฟริกาผลิตกาแฟได้เป็นปริมาณ 0.83 ล้านตัน คิดได้เป็น 10% ของปริมาณผลผลิตกาแฟทั้งโลก ซึ่งผลิตได้ทั้งกาแฟอาราบิก้า และโรบัสต้า ประเทศผู้ผลิตกาแฟหลักขอแอฟริกาได้แก่ เอธิโอเปีย ยูกันดา และเคนยา

  • ประเทศแถบอเมริกากลาง

ประเทศแถบอเมริกากลาง ผลิตกาแฟได้เป็นปริมาณ 0.79 ล้านตัน คิดเป็น 9% ของปริมาณผลผลิตกาแฟของโลก โดยส่วนมากของการผลิตเป็นกาแฟอาราบิก้า โดยผู้ผลิตหลักที่สำคัญในแถบนี้คือ ฮอนดูรัส กัวเตมาลา เอลซาวาดอร์ และ คอสตาริกา

g

ใครที่อยากลองชิมกาแฟจากประเทศผู้ผลิตกาแฟชั้นนำต่างๆ ที่ DETAiL COFFEE Café ร้านกาแฟหนองคาย ในบิ๊กซีหนองคาย มีกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ให้คุณได้ลองเลือกชิม พร้อมเครื่องชงกาแฟสุดพิเศษ หรือถ้าใครต้องการหาร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ หอมกรุ่นด้วยกลิ่นกาแฟอาราบิก้าคั่วบดคุณภาพดีที่ชงด้วยความรักและใส่ใจ ในร้านมีทั้งมุมพักผ่อน มุมทำงาน และมุมถ่ายรูปสวยๆที่จัดเตรียมไว้รอต้อนรับลูกค้าทุกท่านครับ